3 ข้อคิดดีๆ ทางธุรกิจจากเถ้าแก่ตัวจริง “ตัน ภาสกรนที”
ไอดอลของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โชว์ฟอร์มนักการตลาดตัวพ่อ
พลิกมิติสื่อสารการตลาด – สร้างแบรนด์ใหม่อิชิตัน ที่ปรึกษามือโปรวิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จ
“ตัน ภาสกรนที” ประธานกรรมการบริหาร
บริษัท ตันไม่ตัน จำกัด มาบรรยายในหัวข้อ “Creative Communication” หรือสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ไปกับตัน
ไอเดียไม่มีตัน
รายละเอียดคือพระเจ้า
ตัน ภาสกรนทีเริ่มบรรยายว่า
การเริ่มต้นสร้างความสำเร็จให้กับธุรกิจที่ทำ นอกจากทุนและสินค้า
สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างแบรนด์ หรือการสื่อสารการตลาด
วันนี้เขาเริ่มนับศูนย์อีกครั้ง
ด้วยการทำธุรกิจของตัวเองและเพิ่งจะออกชาเขียวในชื่อ “อิชิตัน”มาประมาณ
1 เดือน
แต่แม้ทุกคนจะเข้าใจเรื่องสร้างแบรนด์
ก็ไม่ได้จะทำออกมาได้ตามที่เข้าใจ โฆษณาไม่น้อยที่สนุกมาก
แต่สุดท้ายคนดูไม่รู้ว่าโฆษณานั้นต้องการขายหรือบอกอะไร
ปัญหาหนึ่งของเขาคือคนจำว่าเขาคือ “ตัน โออิชิ” ดังนั้น
ในหนังโฆษณาถ้ามีเพียงคำว่า “อิชิตัน” ตอนจบเพียงคำเดียวเท่านั้น
ก็ยากที่จะทำให้คนจำได้ ฉะนั้น สิ่งที่จะให้ดูอย่างแรกคือโฆษณาชุดแรกที่ออกมาในแบบ
teaser ซึ่งมีคำว่า “อิชิ”
มากกว่า 60 คำ ภายใน 30 วินาที เป็นโฆษณาที่ตอบโจทย์ได้อย่างดี
เขาตั้งคำถามในเฟซบุ๊คของเขาว่ามีคำว่าอิชิในโฆษณาชิ้นนี้อยู่กี่คำ
มีคนเข้ามา 1 ล้านกว่าคน มีคนตอบ 2 หมื่นกว่าคน สำหรับคำตอบว่ามี 9 คำ และ 11 คำ
ความแตกต่างของสองคำตอบนี้อยู่ที่ตอนสุดท้ายในหนังโฆษณาซึ่งมีคนสามคนที่พูด
พร้อมกัน บางคนจึงนับตรงนี้เป็น 1 คำ บางคนนับเป็น 3 คำ
และเพราะในโฆษณามีขวดซึ่งมีตัวอักษรคำว่า “อิชิ” อยู่ถึง
3 ภาษาคือ ไทย อังกฤษ และญี่ปุ่น คำตอบจึงมีหลากหลาย
เรื่องนี้เขาจึงจบด้วยการให้รางวัลเป็นข้อคิดทางธุรกิจข้อแรกว่า
“รายละเอียดคือพระเจ้า” เพื่อบอกว่าทุกคนมีความสามารถและมีสินค้าที่ดี
แต่แพ้ – ชนะต่างกันนิดเดียวคือใครจะใส่ใจในรายละเอียดได้ดีกว่ากัน
หรือ“ชนะ – แพ้อยู่ที่ปลายจมูก”
ไอเดียดีๆ มีไม่สิ้นสุด
อีกเรื่องคือ
เมื่อผู้ประกอบการมีสินค้าที่ตลาดต้องการอยู่แล้ว
แต่ปัญหาคือจะสื่อสารอย่างไรให้ตอบโจทย์ ? ที่น่าสนใจคือโฆษณาชุดที่สองของชาเขียว
“อิชิตัน”สามารถตอบโจทย์ทั้งหมดได้อย่างครบถ้วน
สื่อให้เห็นการเป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีคนหนึ่งที่ทุ่มเทสร้างสินค้าให้ดี
ที่สุดเพื่อผู้บริโภค
เขาถามในเฟซบุ๊คของเขาว่าเห็นอะไรในโฆษณาชุดนี้
? มีคนนับหมื่นเข้ามาตอบว่าเห็นคุณตันทำเอง
ทำด้วยมือ ทำด้วยใจ พิถีพิถัน เข้มงวดกับตัวเอง ไม่ยอมแพ้ ไม่ท้อ ฯลฯ
เขาสรุปว่าคำตอบทั้งหมดคือวิธีการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั่นเอง
ขอให้เชื่อว่า “
ความคิดใหม่ๆ
ยังเกิดขึ้นได้อีก”
การที่เราจะอยู่ได้เราต้องดีกว่าเดิม
นี่คือที่มาของหนังโฆษณาชุดที่สอง เมื่อสินค้าตัวหนึ่งที่คล้ายๆ กัน
แล้วความแตกต่างอยู่ตรงไหน?
เมื่อทุ่มเทกลั่นความคิดออกมาก็จะพบคำตอบใหม่ๆ
อย่างหนังโฆษณาชุดนี้ที่ทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างชาเขียวอิชิตันกับชา
เขียวอื่นๆ
3 ว้าว 1 ใจ
ตัน ภาสกรนทีอธิบายเพิ่มว่า
ถ้าเขาจะทำอิชิตันให้เหมือนโออิชิร้อยเปอร์เซ็นก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย
ก็แค่เปลี่ยนจากโออิชิเป็นอิชิตันแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่เหมือนกันเลย
มันยังคงเป็นชาเขียวที่มีความคล้ายกันอยู่ แต่ข้อสำคัญคือ “มีจุดขายที่โดนใจลูกค้า”
คำว่า “โดน” ก็คือในอดีตที่ผ่านมาโออิชิขายดีจนผลิตไม่ทันอยู่แล้วทำให้ลืมไปว่ามีจุดขาย
หนึ่งที่น่าจะนำมาใช้และโลกทั้งโลกให้ความสนใจคือ “ออร์แกนิก”
หรือชาปลอดสารพิษ
สำหรับผู้ประกอบการถ้าคิดจะทำชาเขียวก็ต้องคิดว่าจะทำอะไรให้มากกว่าออร์แก นิก
อย่าคิดว่าสิ่งที่ดีที่สุดไม่มีแล้ว ตอนนี้โออิชิออกสินค้าใหม่ชากูซ่า
การแข่งขันเป็นเรื่องปกติทำให้ธุรกิจเติบโต ทุกคนต้องคิดกลยุทธ์ของตัวเอง
ตอนนี้เขามีน้ำสมุนไพร ต่อไปมีน้ำผลไม้ และอาจจะมีนมด้วยซ้ำ
การแข่งขันอยู่ที่ใครออกสินค้าหรือทำโปรโมชั่นได้โดนใจลูกค้ามากกว่ากัน
สำหรับธุรกิจชาเขียวอิชิตันในวันนี้
มีหลักคิดที่จะนำไปปรับใช้เพื่อความสำเร็จคือ “3
ว้าว 1 ใจ” เริ่มจากว้าวที่หนึ่ง“แพ๊กเกจจิ้ง”
สอง “ออร์แกนิก”และสาม
“ราคา”